ฝ่าวิกฤตชาวสวนลิ้นจี่ “ต้องปรับตัวอย่างไร?”

หัวข้อคำถาม :

เนื่องด้วยนิสิตสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะเกษตรฯ ม.พะเยา ได้เรียนวิชาเกษตรชีวภาพ รหัสวิชา 112352 ปีการศึกษา 2555 และเนื่องจากจังหวัดพะเยา โดยเฉพาะอำเภอแม่ใจ เป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ที่สำคัญอีกสถานที่หนึ่งของประเทศไทย แต่ในปัจจุบันได้เริ่มมีการนำต้นยางพารามาปลูกทดแทนมากขึ้นเนื่องจากให้ราคาที่ดีกว่า ดังนั้นเราจะมีวิธีการจัดการสวนลิ้นจี่ด้วยโดยวิธีทางชีวภาพที่จะการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงพื้นที่และผลผลิตอย่างไร เพื่อเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้การเสวนาเพื่อตอบคำถามไม่ได้จำกัดแค่นิสิตสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะเกษตรฯ ม.พะเยา เท่านั้น จึงขอเชิญผู้ที่สนใจทั้งนักเรียน ครูอาจารย์และบุคคลทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน Blog ได้ตามอัธยาศัย

Posted on มิถุนายน 10, 2012, in กิจกรรม and tagged , . Bookmark the permalink. 61 ความเห็น.

  1. นางสาวศิริธรรม จิตต์งาม

    จากการที่ประชากรในจังหวัดพะเยา********ลบคำตอบนี้นะครับคงลืมใส่รหัสประจำตัวนิสิต*********

  2. นางสาวศิริธรรม จิตต์งาม 53181126

    จากการที่ประชากรในจังหวัดพะเยาหันมาปลูกต้นยางพาราแทนการปลูกลิ้นจี่ท้องถิ่นเพราะมันมีราคาสูงกว่าลิ้นจี่ อาจเป็นเพราะในการปลูกลิ้นจี่ จะต้องคำนึงถึงสภาพอากาศด้วย หนาวไปจะทำให้ความชื้นในอากาศต่ำ จะส่งผลให้ลิ้นจี่สร้างเนื้อได้น้อย แถมมีรสเปรี้ยวจัดถึงแม้เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงแล้วก็ตาม
    และการปลูกลิ้นจี่ทางภาคเหนือ ของจังหวัดพะเยาจะสามารถเก็บเกี่ยวได้แค่ช่วงกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน แต่ถ้าเดือนเมษายน เกิดฝนตก หรือที่เราเรียกว่า “ฝนแรก” จะทำให้ลิ้นจี่แตกและร่วงมาก ดังนั้นการให้น้ำในช่วงหน้าแล้ง แม้จะมีฝนตกในช่วงเดือนมีนาคมและพฤษภาคม จะต้องมีการให้น้ำ เพราะในระยะนี้เป็นช่วงที่มีความชื้นในดินและอากาศต่ำ
    เราจะจัดการสวนลิ้นจี่ด้วยวิธีทางชีวภาพ โดยเริ่มจากพื้นที่ที่จะปลูกลิ้นจี่ จะต้องปรับให้มีความลาดเอียงให้น้อยที่สุดเป็นดี และต้องมีการระบายน้ำที่ดี ระดับน้ำในดินลึกกว่า 1เมตร และดินต้องไม่แฉะชุ่มน้ำมากเกินไป ส่วนด้านสร้างจุดเด่นจากผลผลิต เราจะต้องพัฒนาสายพันธุ์โดยอาศัยหลักเทคโนโลยีชีวภาพมาช่วย ให้ดีกว่า ทนต่อสภาพอากาศ และศัตรูพืช โดยเฉพาะ แมลง เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นและเนื้อเยอะรสชาติหวาน เนื้อแห้งกรอบ ไม่มีน้ำมาก และสามารถเก็บเกี่ยวได้ก่อนจังหวัดอื่นๆ แค่เกร็ดเล็กๆ ก็อาจช่วยเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่อย่างยั่งยืน….ค่ะ

  3. นายอาณัติ ขัตติสะ 53181164

    ในความคิดของผม ในเรื่องการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงพื้นที่และผลผลิต ผมคิดว่าควรมีการตั้งชื่อสายพันธุ์ลิ้นจี่ให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพะเยาเอง เพื่อเพิ่มความสนใจโดยการใช้ชื่อใหม่และ ทำให้ลิ้นจี่พะเยาเป็นที่รู้จักโดยจำกัดให้ใช้ชื่อสายพันธุ์ที่ต้องการครอบคลุมอยู่ภายในจังหวัดพะเยาเท่านั้น โดยการจะใช้ชื่อลิ้นจี่ใหม่ได้จะต้องแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ดีและความสนใจในตัวผู้บริโภค โดยจะต้องมีการให้คำแนะนำเกษตรกรเกี๋ยวกับการใช้เกษตรชีวภาพในการปลูกและดูแลลิ้นจี่แทนการใช้สารเคมีซึ่งบางชนิดมีผลข้างเคียง และใช้วิธีทางชีวภาพเพื่อเพิ่มจุดเด่นให้กับตัวลิ้นจี่เองเช่น ทำให้หวาน ทำให้ลูกโตขึ้นทำให้ออกผลผลิตในฤดูที่แตกต่างกับลิ้นจี่ทั่วไปเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของพะเยามากยิ่งขึ้น ส่วนการจะชักจูงให้เกษตรกรหันมาปลูกลิ้นจี่แทนการปลูกยางพารามันก็เป็นไปได้ยากเนื่องจากราคามันต่างกัน ต้องมีการสร้างแรงจูงใจในการปลูกลิ้นจี่ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามมันขึ้นอยู่กับเกษตรกรเองว่าต้องการที่จะช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ หรือไม่ ก็จิงอยู่ที่ว่าเราไม่สามารถบังคับใครให้ทำตามได้แต่เราสามารถเป็นแนวทางที่ดีให้เขาเดินตามได้

  4. กวินทรา แข่งขัน รหัสนิสิต 53180792

    น่าจะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรสวนลิ้นจี่ให้ใช้เกษตรทางชีวภาพ ในการทำสวนลิ้นจี่อย่างจริงจังและเป็นสวนลิ้นจี่ที่ปลอดสารพิษอย่างแท้จริง แล้วประกาศเลยว่าลิ้นจี่จังหวัดะเยาเป็นลิ้นจี่โดยใช้เกษตรทางชีวภาพ เป็นลิ้นจี่ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนยางพาราในความคิดของผมน่าจะได้ผลผลิตไม่เหมือนกับทางภาคใต้ เพราะสภาพภูมิอากาศไม่เหมือนกัน แต่ดินทางภาคเหนือเหมาะแก่การปลูกลิ้นจี่เป็นอย่างมากผลผลิตน่าจะดีกว่ายางพารานะคับ

  5. นางสาวธิศวรรณ สมศักดิ์ 53180921

    จากพื้นที่ในอ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา เกิดปัญหาที่ว่ามีการปลูกยางพาราทดแทนการปลูกลิ้นจี่มากขึ้น เนื่องจากให้ราคาที่ดีกว่าแล้วอาจจะประสบปัญหาหลายด้าน อาทิเช่่น สภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ไม่ได้ปริมาณผลผลิตตามที่คาดไว้ แถมยังมีต้นทุนการผลิตที่สูง ตลอดจน ตลาดรองรับผลผลิตมีน้อย ทำให้ประชากรภายในพื้นที่นี้หันไปปลูกยางพารามากขึ้นซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่า
    ดังนั้นการจัดการสวนลิ้นจี่ด้วยวิธีทางชีวภาพ ในพื้นที่ที่เป็นดอนเราจะมีการปรับพื้นที่ให้เหมาะสม จะต้องอยู่ในระดับเดียวกันให้มากที่สุด แต่ในการปลูกลิ้นจี่นั้นจะต้องเป็นพื้นที่ที่สูงพอสมควรเพราะมีการระบายน้ำที่ดีกว่าในพื้นที่ต่ำ ในด้านการสร้างจุดเด่นของผลผลิต เราจะมีการนำเอาเทคนิคทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วย เช่น การคัดเลือกพันธุ์และผสมพันธุ์ อาจทำควบคู่กับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ต้านทานโรคและแมลง, การพัฒนาพันธุ์พืชให้มีคุณภาพผลผลิตที่ดี และการพัฒนาพันธุ์พืชให้ผลิตสารพิเศษ และเราอาจมีการจัดการกับผลิตผลของเราเล็กๆน้อยๆ เช่นมีการโปรโมทผลิตผลของเราว่ามีคุณสมบัติที่ดีอย่างไร เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักและเป็นที่ยอมรับ อีกอย่างวิธีทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเหล่านี้ยังช่วยอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนและสนองความต้องการของผู้บริโภค……….คร้า🙂

  6. พัชรียา อินต๊ะปุก 53181058

    ในเรื่่องการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงพื้นที่และผลผลิตจึงควรต้องหาคุณประโยชน์ของลิ้นจี่ว่ามีการนำไปประยุกต์แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่่่นๆ ได้หรือไม่ ถ้ามีผลผลิตที่มากพอ เกินความต้องการของผู้บริโภค จึงต้องนำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋องเพื่อเก็บรักษาไว้บริโภคได้นาน ลิ้นจี่กระป๋องหรือบรรจุ ขวดในน้ำเชื่อม เนื้อลิ้นจี่อบแห้ง น้ำลิ้นจี่เป็นที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามเช่นสบู่ลิ้นจี่ ที่มีสรรพคุณเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ หน้าหมองคล้ำ หรือครีมที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นหนุ่มสาว หรือไม่ก็เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องหอม งานสปาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีเหมาะแก่ผู้รักสุขภาพ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์และวิธีการแปรรูปจะเป็นผลิตภัณฑ์และเทคนิคอย่างง่ายที่ สามารถทำได้ในครัวเรือน เพื่อเป็นแนวทางริเริ่มอุตสาหกรรมขนาดเล็กในครัวเรือนหรือชุมชนได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว และชุมชนที่มีพื้นที่เหมาะแก่การปลูกลิ้นจี่ โดยเฉพาะที่อำเภอแม่ใจ เป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ที่สำคัญอีกแห่งที่มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกพืชผลลิ้นจี่แห่งหนึ่งในประเทศอีกด้วย

  7. นางสาวดวงกมล สิทธิมงคล 53180884

    จากการที่ประชากรในพื้นที่ อำเถอแม่ใจ นิยมปลูกลิ้นจี่กันเยอะ ซึ่งเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวลิ้นจี่ ทำให้มีผลผลิตลดลงเพราะลิ้นจี่ล้นตลาดทำให้เกษตรกรเดือดร้อนกันมาก และเนื่องด้วยปัจจุบันยางพาราเริ่มเป็นที่นิยมแล้วคนส่วนมากเริ่มหันมาปลูกยางพารากันมาก ในอนาคตอาจทำให้ยางพาราล้นตลาดก็เป็นได้ แต่ถ้าเราพัฒนาการทำสวนลิ้นจี่ให้ดีกว่าเดิมปรับปรุงพื้นทีให้เหมาะสมกับการปลูกลิ้นจี่ให้มากขึ้นและลดการใช้สารเคมีลง แล้วหันมาทำปุ๋ยอินทรีย์กันเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แล้วปรับปรุงพันธุ์ลิ้นจี่สายพันธุ์ท้องถิ่นให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ให้ทนต่อสภาพอากาศ ทนแล้ง และทนต่อแมลงเพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลง อาจมีการเพิ่มฮอร์โมนให้ลิ้นจี่ออกนอกฤดูกาลก็จะสามารถทำให้ได้ผลผลิตมากกว่าเดิมซึ่งผลไม้นอกฤดูจะมีราคาแพงมาก และควรที่จะทำแหล่งน้ำชลประทาน เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ยามฤดูแล้ง เมื่อมีลิ้นจี่เยอะควรที่จะนำไปแปรรูปบ้างเช่น ทำน้ำลิ้นจี่ ลิ้นจี่เชื่อม เป็นต้น แล้วประชาสัมพันธ์ให้คนต่างท้องถิ่นได้รู้จักกับลิ้นจี่ของชาวแม่ใจให้มากขึ้นด้วย เพื่อลิ้นจี่ชาวแม่ใจจะได้ก้าวไกลไปทั่วโลก_^^

  8. ศิริลักษณ์ เเคน้อย 53181133

    เนื่องจาก ชาวเกษตรกร จ.พะเยา หันมาปลูกยางพาราเเทนการปลูกลิ้นจี่นั้น ข้าพเจ้าคิดว่าชาวเกษ๖รกร อาจพบเจอปัญหาจากการปลูกลิ้นจี่ เช่น การพบเจอกับศัตรูพืช ผลผลิตออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการ ขาดทุน ปัญหาการตลาด ดังนั้น ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ลิ้นจี่ ให้ทนทานกับศัตรพืช เเละสภาพเเวดล้อม โดยใช้วิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, breeding เพื่อให้ได้พันธุ์ที่ดีกว่าพันธุ์เดิม ส่วนการดูเเลรักษาต้นลิ้นจี่นั้น ข้าพเจ้าคิดว่าควรนำเอาปุ๋ยชีวภาพ ที่ได้จากมูลสัตว์ การหมัก หรือปุ๋ยหมักมาใช้ และการปราบศัตรูพืช ที่ได้จากการหมักสะเดาเพื่อการกำจัดเเมลง เเละการห่อช่อลิ้นจี่ด้วยผ้าขาว ซึ่งวิธีที่ข้าพเจ้ากล่าวมานี้เป็นวิธีการทาง “เกษตรชีวภาพ” เพื่อลดต้นทุนการผลิต ส่วนการตลาดนั้นผลผลิตควรควรมีการปรับปรุงเป็นผลิตภัณฑ์ อื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การทำไวน์ลิ้นจี่ ลิ้นจี่อบเเห้ง เเละอื่นๆ เเละอาจมีการทำโลโก้ผลิตภัณฑ์ ในเชิงอุตสาหกรรมในนามของ จ.พะเยา เพื่อให้เป็นที่รู้จักกันอย่างเเพร่หลาย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเกษตรกรเองเป็นผู้ตัดสินใจ ….. ^^

  9. ศิรินทิพย์ อภิวิชาญาณ 53181997

    นำการเกษตรชีวภาพเข้ามาช่วย จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาค่อนข้างสูง และยังทำให้หน้าดินเสื่อมสภาพ ซึ่งพืชผลที่ปลูกแบบเกษตรชีวภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดโลก เพราะปลอดภัยทั้งผู้บริโภค และตัวเกษตรกรเอง สร้างจุดเด่นให้กับลิ้นจี่ โดยการปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถมีผลผลิตนอกฤดูกาล ซึ่งผลผลิตนอกฤดูกาลมักมีราคาที่สูงกว่าในฤดูกาลมาก ซึ่งพันธุ์ของลิ้นจี่ที่ปลูกกันมากในจังหวัดพะเยาคือ พันธุ์ฮงฮวย ซึ่งจะให้ผลดกติดผลดีสม่ำเสมอ ผลมีลักษณะทรงยาวคล้ายรูปไข่ เปลือกบาง ผิวสีแดงปนชมพู เนื้อสีขาว รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เมล็ดโต เป็นพันธุ์ที่ดี แต่เนื่องจากเปลือกบางจึงเกิดการช้ำง่าย และขั้วหลุดง่ายเช่นกัน จึงต้องปรับปรุงพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพให้เพิ่มขึ้น ลดขนาดเมล็ดเพื่อให้ได้เนื้อเพิ่มมากขึ้น เพิ่มรสหวาน ผลโต ทำการเกษตรชีวภาพแบบเปิด เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้ผู้คนที่ต้องการศึกษา หรือ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม เพื่อเพิ่มเศรษฐกิจ และรายได้อีกทางให้กับเกษตรกร จัดหาผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีการทางเกษตรชีวภาพ ให้แก่เกษตรกร เพราะปัจจุบันเกษตรกรหันไปปลูกยางพารากันมาก สภาพอากาศก็ไม่เหมาะสมกับยางพารามากนัก ก็อยากให้รู้ว่าที่จังหวัดเรามีชื่อเสียงได้ก็เพราะลิ้นจี่..นี่ล่ะคะ

  10. นาย เอกชัย ใจชื่น 53182437

    จากปัญหาการปลูกต้นยางพารามาทดแทนการปลูกลิ้นจี่ ผมคิดว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาโดยวิธีทางชีวภาพเพื่อสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงพื้นที่และผลผลิตโดยเปลี่ยนจากการทำเกษตรเคมี มาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจุดเด่นของการทำเกษตรอินทรีย์ในเชิงพื้นที่คือช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มคุณภาพให้ดินโดยการใช้ปุ๋ยหมัก เพิ่มผลผลิตโดยการใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ และการที่เราหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทำให้เราสามารถประหยัดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้มากขึันได้ จุดเด่นของการทำเกษตรอินทรีย์ด้านผลผลิตคือมีความปลอดภัยจากสารเคมี ซึ่งปลอดภัยต่อผู้บริโภคและตัวเกษตรกรเอง การทำเกษตรอินทรีย์ เปรียบเหมือนการกลับคืนสู่ธรรมชาติ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร ร่างกายไม่ต้องรับสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ผมคิดว่าแค่นี้ก็สามารถอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนได้แล้ว (เกษตรกรยุคใหม่ไม่ต้องพึ่งสารเคมี)….ขอบคุณครับ

  11. นางสาวพิมพร ปินตาคำ 53181065

    – ในการทีจะนำวิธีทางชีวภาพมาจัดการกับปัญหาลิ้นจี่ของอำเภอแม่ใจจังหวัดพะเยานั้น ก่อนอื่นเราจะต้องให้ความรู้เกียวกับเกษตรชีวภาพให้แก่เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ เพื่อให้เกษตรเข้าใจถึงหลักการและองค์ความรู้ของเกษตรชีวภาพ เพราะในปัจจุบันเกษตรกรสวนลิ้นจี่ยังใช้สารเคมีอธิเช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ในการเพาะปลูก ซึ่งสารเคมีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้การเกษตรมีต้นทุนที่สูง และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายลิ้นจี่ลดลงหากเทียบกับยางพาราที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีมากมาย ดังนั้นเราจึงควรให้ความรู้เกียวกับเกษตรชีวภาพเพื่อให้เกษตรได้รู้ถึงการใช้การเกษตรแบบชีวภาพที่ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต และยังสามารถเพิ่มผลผลิตได้อีกด้วย และที่สำคัญเกษตรกรก็จะไม่ได้รับสารพิษจากการเกษตรอีกด้วย
    – หลังจากที่มีการให้ความรู้แล้วเราก็จะเริ่มลงมือปฏิบัติโดยการเริ่มทำสวนลิ้นจี่แบบชีวภาพ โดยปุ๋ยที่นำมาใช้ก็จะเป็นปุ๋ยชีวภาพที่ทำมาจากซากพืชซากสัตว์ ซึ่งเราอาจนำผลผลิตลิ้นจี่ที่เสียไม่สามรถจำหน่ายได้มาทำ หรือทำจากใบลิ้นจี่ที่ร่วงล่นตามพื้น รวมไปถึงมูลสัตว์เช่นขี้วัวมาทำปุ๋ย ซึ่งเราจะอาศัยวิธีทางชีวภาพโดยเราจะนำจุลินทรีย์มาช่วยในการย่อยซากพืชซากสัตว์เหล่านี้ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายที่เร็วขึ้นและเพื่อที่เราจะได้นำปุ๋ยเหล่านี้มาใช้ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้เรายังสามารถนำจุลิทรีย์มาช่วยในการกำจัดศัตรูพืชและโรคพืชได้อีกด้วย
    – หลังจากที่เกษตรกรได้ทำการเกษตรแบบชีวภาพแล้วเราก็จะมีการจัดให้มีการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชีวภาพ โดยจะมีการโปรโมทให้ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ โดยจะมีการโปรโมทในช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตลิ้นจี่ โดยเราจะเปิดสวนให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมสวนลิ้นจี่ชีวภาพของเรา ซึ่งชาวสวนก็จะสามารถขายผลผลิตได้มากขึ้น มีรายได้จากการที่ผู้คนเดินทางมาเที่ยวสวน ซึ่งเราอาจจะจัดพื้นที่ของสวนให้เป็นโซนบุ๊ฟเฟ่ เพื่อให้คนได้ลิ้มรสชาติลิ้นจี่ชีวภาพสดๆจากต้น และเราก็จะมีการขายลิ้นจี่เพื่อเป็นของฝากโดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วย เพราะมีคนมาซื้อถึงสวน (แบบนี้เกษตรกรก็แฮปปี้ คนมาเที่ยวก็แฮปปี้)
    – ในการทำเกษตรชีวภาพในลักษณะนี้จะทำให้ชาวสวนลิ้นจี่มีรายได้มากกว่าเดิมเพราะเป็นการลดต้นทุนเพิ่มรายได้ และเมื่อเกษตรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการทำสวนลิ้นจี่แบบชีวภาพ เกษตรก็จะล้มเลิกความคิดที่จะทำสวนยางพารา สายพันธุ์ลิ้นจี่ของแม่ใจก็จะถูกอนุรักษ์และอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

  12. นางสาวอรุณรัตน์ ลือชัย 53181157

    ลิ้นจี่เป็นไม้ยืนต้น ลูกมีสีแดง รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย และในจังหวัดพะเยามีการปลูกลิ้นจี่กันเป็นจำนวนมากจนถือได้ว่า ลิ้นจี่เป็นผลไม้เศษฐกิจสำคัญของจังหวัดพะเยาเลยก็ว่าได้ และแหล่งที่มีการปลูกลิ้นจี่กันมากในจังหวัดพะเยาคือ อำเถอแม่ใจ ซึงในปัจจุบันนี้ในอำเถอแม่ใจจะเริ่มมีการต้นยางพารากันแทนการปลูกลิ้นจี่มากขึ้น เนื่องมาจากการปลูกต้นยางพาราจะใช้ต้นทุนในการผลิตน้อยกว่าและดูแลง่ายกว่าลิ้นจี่ ส่วนในด้านผลผลิตที่ได้ อาจมาราคาเท่ากับลิ้นจี่หรือมากกว่าก็ได้ ในการที่เราจะเข้าไปสนับสนุนให้ประชาชนหันมาปลูกลิ้นจี่กันเหมื่อนเดิมนั้นเราจะต้องใช้เกษตรชีวภาพเข้ามาช่วย เนื่องจากการทำเกษตรชีวภาพนั้นจะสามารถช่วยลดต้องทุนการผลิตของการปลูกและดูแลลิ้นจี่ได้ อย่างเช่นลดการซื้อปุ๋ยเคมี ยากำจัดแมลง สารเคมีต่างๆที่มีราคาแพง ซึงจะช่วยให้ผู้ปลูกลิ้นจี่ลดต้นทุนการผลิตและทำให้มีกำไรจากผลผลิตที่ได้มากขึ้นด้วย

  13. นาย กฤตนัย บุญปั๋น 53180785

    สำหรับความคิดของผมการที่ชาวสวนหันมาปลูกยางพารา กันมากขึ้น เพราะยางพารา ให้ ผลผลิตและรายได้ที่ดีกว่า และง่ายต่อการดูแล จึงทำให้ คนหันมาปลูกมากขึ้น ส่วนวิธีการแก้ปัญหาที่ทำให้คนหันกลับมาทำสวนลิ้นจี่มากขึ้น ควรให้มีการใช้เกษตรชีวภาพ งดการใช้สารเคมี เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย อีกทั้งยังลดต้นทุน ค่าใช้จ่าย และควรจัดการโฆษณาโดยการเปิดสวน ให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมในสวนได้ สามารถ เด็ด ชิมได้เลย มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ เกษตรชีวภาพให้กับผู้ที่สนใจหรือผู้ที่อยากทำสวนลิ้นจี่ วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้คนหันกลับมาทำสวนลิ้นจี่เหมือนเดิมก็ได้น่ะคับ ^^

  14. นางสาวพัชรินทร์ ยอดกันทา 53181041

    จากปัญหา อ.แม่ใจ จ.พะเยา มีการปลูกยางพาราขึ้นมาแทนที่ลิ้นจี่ เพราะว่ายางพารามีราคาสูงกว่าลิ้นจี่นั้น ดิฉันคิดว่าเกษตรกรน่าจะเจอกับปัญหาที่ว่าปลูกลิ้นจี่มีต้นทุนการปลูกสูงเพราะต้องใช้ปุ๋ยเคมี ความแปรปรวนทางด้านอากาศในตอนนี้ ความแปรปรวนของราคาลิ้นจี่ที่ตกต่ำมาก เนื่องจาก อ.แม่ใจ เป็นพื้นที่พื้นที่หนึ่งที่มีการปลูกลิ้นจี่เป็นจำนวนมากเมื่อผลผลิตออกมาแล้วจึงทำให้มีมากจนล้นตลาด แล้วส่งผลให้มีราคาตกต่ำ เกษตรกรจึงหันมาปลูกยางพาราแทนที่ลิ้นจี่ เพื่อลดปัญหาการขาดทุนของสินค้า ดิฉันจึงมีแนวคิดว่าน่าจะมีการนำเทคนิคทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้ในการปรับปรุงสายพันธุ์ของลิ้นจี่ให้มีความทนทานต่อศัตรูพืช และสภาพอากาศที่แปรรปรวน เพื่อให้ได้ผลผลิตตามต้องการ หรือมีการสอนทำปุ๋ยชีวภาพที่ทำได้จากซากพืช ซากสัตว์ หรือเศษอาหาร มาใช้ในการใส่ต้นลิ้นจี่ เพื่อจะได้ลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยเคมี หรือยากำจัดศตรูพืช ในเมื่ออ.แม่ใจ มีผลผลิตของลิ้นจี่เป็นจำนวนมากดิฉันคิดว่าน่าจะมีการแปรรูปลิ้นจี่ให้เป็นสินค้าโอท็อป เช่น ลิ้นจี่กระป๋อง ลิ้นจี่อบแห้ง เป็นต้น ทืำให้เป็นลิ้นค้าขึ้นชื่อของจ.พะเยา และอีกอย่างจ.พะเยา น่าจะมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การปลูกลิ้นจี่ มากว่าการปลูกยางพารา และยังสามารถอนุรักษ์การทำสวนลิ้นจี่ใน จ.พะเยา ไปจนถึงลูกหลานและเป็นของดีที่ขึ้นชื่อใน จ.พะเยา ต่อไป

  15. นางสาววาสนา สวัสดิ์เมือง รหัส 53181102

    จากการประสบปัญหาดังกล่าว ดิฉันคิดว่า ควรให้มีการชี้แจงถึงสาเหตุที่ทำให้ผลผลิตน้อยลง และมีการจัดอบรมให้ความรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรมีการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือ น้ำหมักชีวภาพทดแทนการใช้สาเคมี โดย สอนขั้นตอนในการทำ บอกถึงข้อดีของการใช้ป๋ยหรือน้ำหมักเช่น มีต้นทุนการผลิตน้อย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สามารถทำได้เองที่บ้าน เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารเคมีซึ้งให้ผลที่เร็วกว่าแต่ มีต้นทุนที่สูงกว่า และอาจมีการสะสมอยู่ในดินทำให้ดินเกิดการเสือมโทรม ซึ้งอาจทำให้ต้นลิ้นจี้ มีผลผลิตน้อยลงตามไปด้วย อาจมีการส่งเสริมการขายโดยการทำโปสเตอร์โฆษณา ว่า “ลิ้นจี่แม่ใจ มีรสชาติดี หอม หวาน กรอบ อร่อย ปลอดภัย ไร้สารเคมี” และมีการเชิญชวนกลุ่มผู้บริโภคให้เข้าไปชมสวนลิ้นจี้ เพื่อดูการปลูกลิ้นจี้แบบเกษตรอินทรีย์ อาจเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ อำเภอแม่ใจไปอีกทางหนึ่งด้วย

  16. น.ส. วรัญญา บำรุงสรณ์ 53181096

    การที่ชาวบ้านต่างหันมาปลูกยางพารามากขึ้นนั้น เหตุผลแรกที่ชาวบ้านตัดสินใจที่ปลูกยางพารานั้นก็เพราะลิ้นจี่ราคาตกต่ำมาก อีกอย่างลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่เก็บทิ้งไว้นานไม่ได้เพราะจะทำให้เปลือกเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลทำให้ไม่น่ารับประทาน อีกทั้งจะทิ้งไว้ยังไม่เก็บเกี่ยวผลผลิตไว้เก็บเกี่ยวกินกำไรช่วงใกล้หมดฤดูการก็ไม่ได้ซ้ำจะยิ่งทำให้ขาดทุนเนื่องจากลิ้นจี่เมื่เจอฝนบ้าง สุกงอมสีสวยบ้าง ย่อมประสบกับปัญหาแมลงศัตรูพืช ทำให้หัวลิ้นจี่มีหนอนได้ ยิ่งทำให้ราคาต่ำยิ่งกว่าเดิมอีกทั้งปัญหาด้านต้นทุนการผลิตเนื่องจากปัจจัยการผลิตเช่นปุ๋ย ยาเคมี มีราคาค่อนข้างแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง… จากคำถามที่ถามมานั้น ดิฉันคิดว่าการแก้ปัญหาลิ้นจี่นั้น ควรที่จะวางแผนและคิดว่าจะทำอย่างไร ให้ผลผลิตได้ราคาสูงและคุณภาพดี ดิฉันจึงคิดว่าเราควรหาแนวแนวทางใหม่เช่น ควรปรับปรุงพันธุ์ใหม่ให้มีผลผลิตออกนอกฤดูกาล ผลดก มีรสชาดอร่อย ผลใหญ่สีสันสวยงามน่ารับประทาน จากที่เคยทราบมาทำได้ดังนี้ 1.วิธีการควั่นกิ่งร่วมกับพ่นปุ๋ยโมโนโพแทสเซียมฟอสเฟตทางใบทำให้ลิ้นจี่ออกนอกฤดุกาลมากสุด 2. การรมควันทำให้ลิ้นจี่ออกดอกและได้ผลดก 3.ตัดแต่งกิ่งการตัดแต่งกิ่งช่วยให้ทรงพุ่มโปรงดูแลรักษาสะดวก ป้องกันการโค่นล้มและช่วยให้ผลดกสมํ่าเสมอทุกปี 4.ควรมีการควบคุมวัชพืชเพื่อป้องกันการแย่งอาหารของต้นลิ้นจี่ 5.การลดอุณหภูมิผลลิ้นจี่จะช่วยลดการคายน้ำของผล ทำให้ผลลิ้นจี่มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้นเช่นการเอาลิ้นจี่จุ่มน้ำเย็นจะทำให้ลิ้นจี่ลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วทำให้รักษาผลผลิตให้นานขึ้น นอกจากเทคนิคเหล่านี้แล้วควรมีการส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพให้มากขึ้น และใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยลง อาจมีการลงทุนผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพขึ้น และส่งเสริมการผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้เอง มีการผลิตและใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และสลับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน ควรมีการแปรรูปผลผลิตเพื่อสร้างรายได้ และไม่เสียลิ้นจี่โดยสูญป่าว เพียงเท่านี้
    ชาวบ้านอำเภอแม่ใจก็หันกลับปลูกลิ้นจี่ดั้งเดิม ซึ่งลิ้นจี่ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านมากขึ้นและยังเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ไว้ได้อีกด้วย…..

  17. น.ส.ณัฐริกา ติ๊บซางเสน 53180877

    เนื่องจากปัจจุบันราคาลิ้นจี่ได้ตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ทำให้เกษตรกรขาดทุนหรือมีผลกำไรต่ำ ทำให้เกษตรกร หันมาสนใจการเพาะปลูกยางพาราแทนเพราะมีกำไรสูงกว่าลิ้นจี่มากดังนั้นเราจึงควรนำหลักการทางชีวภาพเข้ามาร่วมปรับปรุงด้วย เช่น การดัดแปลงพันธุ์ของผลลิ้นจี่ให้มีขนาดใหญ่เนื้อแน่นและมีรสชาติหวาน อีกทั้งยังใช้ปุ๋ยทางชีวภาพเข้ามาช่วยให้ดินมีความสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งนี้และทั้งนั้นการนำน้ำยาทางชีวภาพมาร่วมใช้ป้องกันแมลงและดัดแปลงให้มีผลช่วยป้องกันน้ำฝนที่ทำให้ผลลิ้นจี่แตก ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตของลิ้นจี่มากกว่าเดิม ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ปลอดสารเคมี ทำให้ไม่เป็นอันตรายปลอดภัยต่อผู้บริโภค และวิธีนี้อาจจะทำให้เกษตรกรหันกลับมาทำสวนลิ้นจี่ดังเดิม เพราะสภาพภูมิอากาศของภาคเหนือตอนบนเหมาะแก่การปลูกลิ้นจี่มากกว่ายางพาราค่ะ

  18. นางสาวทิพย์เกษร ใจปัญญา

    ในความคิดของดิฉันนะค่ะ ผลไม้ไทยอย่างเช่น ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน และตัวอย่าง อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ชาวไร่ชาวสวนก็ปลูกลิ้นจี่กันเยอะ แต่ในปัจจุบันจะเห็นว่าลิ้นจี่มีผลผลิตมากก็จริง แต่ทางด้านราคากลับตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นชาวไร่ชาวสวนเลยหันมาปลูกยางพารากันเเทนจำนวนมาก ดิฉันคิดว่าปัญหานี้ น่าจะเกิดจากราคาที่ไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิต ดังนั้นการใช้ปุ๋ยเราน่าจะผลิตเอง โดยการใช้ปุ๋ยชีวภาพมาแทนการใช้ปุ๋ยจากสารเคมี โดยจะต้องมีหน่วยงานที่เข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ มูลสัตว์ พืช เศษอาหาร มาทำปุ๋ยหมักชีวภาพเพื่อที่ชาวไร่จะได้ลดต้นทุนในการผลิต และเราควรจะแปรรูปผลผลิตจากลิ้นจี่ธรรมดา มาเป็น เเยมลิ้นจี่ ไวน์ลิ้นจี่ ลิ้นจี่อบแห้ง ลิ้นจี่กวน และสารพัดลิ้นจี่ เพื่อเป็นสินค้าส่งออกไปขาย
    ยังต่างประเทศและต่างจังหวัดคล้ายๆกับสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้เเก่ชาวไร่ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับชาวไร่ชาวสวนว่าต้องการอนุรักษ์พันธ์ลิ้นจี่ดั้งเดิม หรือต้องการเงินจำนวนมากที่มาจากการทำไร่ยางพารามากกว่ากันเพราะเราคงไม่สามารถไปกำหนดให้ว่าเขาควรจะทำไร่ลิ้นจี่เเค่อย่างเดียว

  19. น.ส.นิภา โนจิตร

    เนื่องจาก อ.แม่ใจ ก็เป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ที่สำคัญอยู่แล้ว ดิฉันคิดว่าเราก็ควรปรับภูมิทัศน์จากพื้นที่ที่มีอยู่เดิมนั้นให้เป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยมีการจัดให้เป็นสวนที่สามารถเข้ามาเที่ยวชม เที่ยวชิม ในฤดูที่ลิ้นจี่ออกผล และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับลิ้นจี่ได้ เราสามารถนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วยในปรับปรุงตัดแต่งพันธุกรรมให้มีความทนต่อโรคและแมลง และมีรูปลักษณ์ที่น่ารับประทานให้เป็นลักษณะเด่นของ อ.แม่ใจ และเป็นที่ต้องการของตลาด ลดการใช้สารเคมี ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำสวน จะทำผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้อผลผลิต อีกทั้งสามารถนำเอาเทคโนโลยีชีวภาพมาช่วยในการรักษาคุณภาพของลิ้นจี่ให้คงความสดได้นานที่สุดเพื่อยืดระยะในการขายหรือชะลอการเน่าให้ช้าลง และสามารถนำลิ้นจี่มาทำการแปรรูปหลายๆอย่างที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี เป็นการช่วยลดการเกิดปัญหาลิ้นจี่ล้นตลาด อีกทั้งให้มีการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่โดยมีการโปรโมทลักษณะเด่นพิเศษของลิ้นจี่ของดี อ.แม่ใจ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

  20. นางสาวจันจิรา พรหมมา รหัส 53180839

    จากปัญหาการปลูกยางพาราทดแทนการปลูกลิ้นจี่ เพราะมีราคาที่ดีกว่านั้น ควรจะมีการปรับปรุงดินที่ปลูกลิ้นจี่โดยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำชีวภาพ และปุ๋ยคอก แทนปุ๋ยเคมี เพราะปัญหาด้านผลผลิตตกต่ำอาจจะมาจากดินด้วยก็เป็นได้ ถ้าหากเราใช้ดินโดยไม่ปรับปรุงดูแล ธาตุอาหารในดินอาจจะลดลง และทำให้ผลผลิตลดลง และควรมีการควบคุมวัชพืชโดยใช้การขุด ตัด หรือถอน งดการใช้สารเคมี เพราะละอองสารเคมีอาจไปทำลายต้นลิ้นจี่ทำให้ต้นลิ้นจี่หยุดการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตต่ำได้ ส่วนการป้องกันแมลงนั้นควรใช้แมลงเบียน ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อคนแต่เป็นอันตรายต่อแมลง มากำจัดแทนการใช้สารฆ่าแมลง เพื่อจะได้ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิตและในดิน ในด้านการเพิ่มผลผลิต ก่อนการเก็บผลประมาณหนึ่งเดือนควรจะห่อช่อผลด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษสีน้ำตาล เพราะจะช่วยลดการระบาดของหนอนเจาะขั้วผล และช่วยให้ลิ้นจี่มีสีผิวสวยงาม มีผลเป็นสีชมพู และมีผิวนวล รวมทั้งมีกลิ่นหอม ซึ่งจะสามารถขายลิ้นจี่ที่ห่อผลได้ในราคาที่สูงกว่าลิ้นจี่ที่ไม่ห่อผล ทำให้ชาวสวนลิ้นจี่มีรายได้สูงขึ้นอีกด้วย

  21. น.ส.ฑิตฐิตา อุปมา 53180860

    เหตุผลที่ในปัจจุบันชาวอำเภอแม่ใจได้เริ่มนำต้นยางพารามาปลูกทดแทนลิ้นจี่เนื่องจากได้ราคาที่ดีกว่า เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มาแรงของทางภาคเหนือ หรือไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอื่น ๆ นั้น อาจมีผลเนื่องมาจากในปัจจุบันการปลูกลิ้นจี่อาจจะใช้ทั้งต้นทุนในการปลูกสูง ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตช้าซึ่งจะต้องเก็บตามฤดูกาล ต้องใช้การดูแลเอาใจใส่มากกว่ายางพารา ดังนั้นเราจึงควรส่งเสริมการปลูกลิ้นใจโดยการใช้วิธีทางชีวภาพมาช่วยในกระบวนการการผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเนื่องจากไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อยาสารเคมีในการปลูก อาจจะใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาช่วยในการช่วยเร่งผลผลิตหรือยึดระยะเวลาในการเกิดผลให้นานขึ้น เพื่อที่ประชาชนชาวอำเภอแม่ใจจะได้มีกำไรได้มากขึ้น ทำให้ช่วยให้ชาวอำเภอแม่ใจยังคงปลูกลิ้นจี่ต่อไปจึงเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานค่ะ

  22. นายธารินทร์ ศรีวิโรจน์ 53180914

    ลิ้นจี่ ถือว่าเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในจังหวัดพะเยา ซึ่งมีรสชาดอร่อย มีเนื้อเยอะ แต่เนื่องจากลิ้นจี่่เป็นผลไม้ประจำฤดูกาล ทำให้ชาวสวนลิ้นจี่ได้ผลกำไรไม่เป็นที่ต้องการ อีกทั้งต้นทุนในการทำสวนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ยเคมี ค่ายากำจัดวัชพืช และอีกหลายๆอย่าง และถ้าผลผลิตมีมากเกินความต้องการก็จะทำให้ราคาลิ้นจี่ตกลง ชาวสวนลิ้นจี่จึงได้หันมาปลูกยางพาราแทน เนื่องจากพืชชนิดนี้ให้ผลกำไรที่สูงกว่าลิ่นจี่ เกษตรชีวภาพเ็ป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการทำสวนลิ้นจี่ การทำเกษตรแบบนี้จะมีการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ทำให้ลดต้นทุนในการเพาะปลูกลงได้ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการนำวัชพืช เช่น หญ้า เศษใบไม้ ฯลฯ หรือาจใช้เศษอาหาร มาทำการหมัก ในถังหมักทั่วไป เติมน้ำตาลเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อของจุลินทรีย์ และใส่สารเร่ง หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ปุ๋ยหมักชีวภาพ สามารถนำไปใช้แทนปุ๋ยเคมีได้ และลดต้นทุนในการทำการเพาะปลูกได้อย่างมาก การใช้ยากำจัดศัตรูพืชที่ทำมากจากการหมัก ก็สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เช่นกัน และยังไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอีกด้วย หากเกษตรชาวสวนลิ้นจี่สามารถปฏิบัติได้แบบนี้ ก็จะสามารถทำให้ลิ้นจี่ของจังหวดพะเยากลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งแน่นอนครับ

  23. นาย ฐานุกูร ซาวคำเขตต์ 53180853

    ในปัจจุบันชาวแม่ใจหันมาปลูกยางพารามากขึ้นเพราะราคาดีกว่าลิ้นจี่ เนื่องจากลิ้นจี่มีมากในทางภาคเหนือของเรา เพราะเป็นแหล่งปลูกที่เยอะที่สุดในประเทศ ลิ้นจี่แต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เนื่องด้วยจังหวัดพะเยา ก็มีลิ้นจี่ที่ขึ้นชื่อในระดับประเทศ แต่ในปัจจุบัน เกษตรกรหันไปปลูกยางพาราแทนเพราะราคาดีกว่า ในความคิดของผม ผมคิดว่า ชาวแม่ใจปลูกลิ้นจี่มานาน แต่ยังขาดความรู้และการดูแลแบบดั่งเดิมที่ยังไม่ทันสมัย ดังนั้นอย่ากแรกควรจะให้ความรู้กับเกษตรกรในการดูแลลิ้นจี่เริ่มตั้งแต่พื้นที่ในการปลุกลิ้นจี่ ควรเป็นที่ที่มีน้ำเพียงพอในการเลี้ยงดู, ลดต้นทุนการผลิต เช่น การใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ่ยเคมี การใช้ยาฆ่าแมลงที่ทำเองจากธรรมชาติมาใช้แทนยาฆ่าแมลงที่ใช้สารเคมีที่มีราคาสูงกว่า, การพัฒนาสายพันธุ์ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทนต่อสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ซึ่งสอดคล้องกับเกษตรชีวภาพที่ผลผลิตปราศจากสารเคมี นอกจากนี้ควรจะมีการโฆษณาให้เป็นที่รู้จักว่า ลิ้นจี่แม่ใจเป็นลิ้นจี่ปลอดสารพิษ และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ผู้บริโภคที่รักสุขภาพหันมาสนใจ สุดท้ายรัฐบาลควรจะให้ความสำคัญต่อราคาลิ้นจี่ ควรจะมีการรับซื้อในราคาที่เหมาะสม ไม่กดราคาจนเกินไป เพื่อเป็นกำลังใจต่อเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่และคนรุ่นหลังอยากที่จะปลุกลิ้นจี่ต่อไป

  24. นางสาว กมลภัทร ทองไหม

    ในปัจจุบันเกษตรกรมุ่งเน้นทำการเกษตรเพื่อตอบสนองต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงเลือกที่จะหันไปปลูกยางพาราที่ให้ราคาดีกว่าลิ้นจี่ที่ดูแลยากและให้ผลผลิตตามฤดูกาล เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการปลูกยางพาราที่มากขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อการทำสวนลิ้นจี่ในจังหวัดพะเยา ในความคิดเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าหากต้องการอนุรักษ์และรักษาการทำสวนลิ้นจี่แล้ว การใช้หลักการทางเกษตรชีวภาพเข้ามาช่วยเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตลิ้นจี่อาจทำให้เกษตรกรหันมายึดการทำสวนลินจี่แบบถาวรได้ ซึ่งการทำเกษตรชีวภาพเริ่มทำได้ง่ายๆโดยการใช้การประยุกต์กลไกและวัฐจักรธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต ลดการใช้สารเคมีแต่หันมาใช้ปุ๋ยหมัก การคลุมโคนต้นเพื่อลดวัชพืชและเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นแแก่ราก เป็นการลดการใช้น้ำ ซึ่งเป็นการเข้าไปช่วยธรรมชาติแต่ไม่แทรกแซงสิ่งที่ธรรมชาติทำเองได้ เกษตรกรอาจปลูกพืชแซมเพื่อเสริมรายได้เช่น ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก เป็นต้น โดยเลือกปลูกให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด วิธีการดังกล่าวจะทำให้ชาวสวนมีผลผลิตและแนวทางสร้างรายได้ที่หลากหลายขึ้น ทั้งยังเป็นการจัดสรรพื้นที่ให้สวยงามเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้เช่นกัน นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีทางด้านชีวภาพเข้ามาช่วยก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเกษตรกรในการดัดแปลงผลผลิตลิ้นจี่ในด้านการปรับปรุงพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของลิ้นจี่ท้องถิ่นหรือสายพันธุ์อื่นๆ เกษตรกรจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและการสังเกต จดจำ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำสวนของตนเองซึ่งจะดีกว่าในด้านความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม การสรรสร้างผลิตภํณฑ์อาจจะเน้นไปที่ขั้นตอนที่ปลอดภัย การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายง่ายซึ่งในปัจจุบันกระแสความนิยมในเรื่องของอาหารออแกนิคกำลังเป็นที่ต้องการ การทำเกษตรชีวภาพในสวนลิ้นจี่อาจต้องใช้ระยะเวลา แต่ผลที่ได้ย่อมคุ้มค่าเสมอ..

  25. นางสาวจิราพร ทวีชัย 53182017

    ยางพาราอาจให้ราคาที่ดีกว่า และเป็นสินค้าเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจาก อ.แม่ใจ เป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ที่สำคัญ ดังนั้น เราควรมีวิธีที่จะให้ลิ้นจี่ของจังหวัด พะเยา มีเอกลักษณ์และจุดเด่นโดยการโดยการส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรน่าจะผลิตปุ๋ยขึ้นมาเองทั้งยังเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิต เพื่อเป็นการสร้างสมดุลของระบบนิเวศภายในสวนไปด้วย และเนื่องจากจังหวัด พะเยาเป็นพื้นที่สูง อากาศเย็น น่าจะเหมาะต่อการปลูกพืชสวนดีว่ายางพารา แต่อาจจะมีการปรับปรุงสายพันธุ์ของลิ้นจี่เพื่อให้มีลักษณะเนื้อแน่น มีปริมาณเนื้อที่มากขึ้น ไม่เปรี้ยวจนเกินไป ทนต่อแมลงและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและที่สำคัญ ต้องทำให้ผลผลิตของลิ้นจี่ออกเร็ว หรือออกช้ากว่า จังหวัดอื่นๆ ซึ่งอาจจะทำให้มีราคาสูง และทางจังหวัดน่าจะมีการจัดการส่งเสริมให้มีการจัดเทศการลิ้นจี่ประจำปี เพื่อเป็นการนำเสนอผลผลิตลิ้นจี่ท้องถิ่นของจังหวัดและ สนับสนุนให้มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและลดการสูญเสียของผลผลิต เช่น อบแห้ง แช่เย็น น้ำผลไม้พร้อมดื่ม ไวน์ และอุตสาหกรรมผลไม้กระป๋องเป็นต้น เป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ไปพร้อมๆกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและเป็นการกระจายสินค้าออกนอกจังหวัดอีกด้วยค่ะ

  26. นางสาวกัญญ์วรา รัดพลที 53180808

    ลิ้นจี่เป็นผลไม้ส่งออกหรือเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นผลไม้ที่มี รสชาติ หวาน หอม และใน อ.แม่ใจจะมีการปลูกลิ้นจี่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนี้ประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งต้นทุนสูง ทั้งผลผลิตน้อย ทั้งราคาที่ตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพารากันมากขึ้น เนื่องจากยางพารามีราคาสูงและผลผลิตดีกว่าลิ้นจี่ การที่จะทำให้เกษตรกรในอ.แม่ใจหันกลับมาปลูกลิ้นจี่ เราควรสร้างความมั่นใจของคุณภาพของลิ้นจี่ว่าปลอดภัยจากสารเคมี รสชาติดี กลิ่นหอม โดยวิธีการทำเกษตรสมัยใหม่ คือ การทำเกษตรแบบปลอดสารเคมี หรือเกษตรชีวภาพ คือ เราจะทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ทำยาฆ่าแมลงชีวภาพ และทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้มีรสชาติดีและเพิ่มผลผลิต โดยนำวัตถุดิบที่อยู่ในท้องถิ่นมาใช้ การที่เราปลูกฝังให้เกษตรกรทำเกษตรแบบชีวภาพนี้ทำให้ลดต้นทุนได้มากและยังทำให้เกษตรกรมีร่างกายแข็งแรงด้วย เพราะไม่ต้องสูดดมสารเคมีที่เป็นอันตรายแต่ร่างกายด้วย เราจะทำให้ลิ้นจี่ของเมืองพะเยาเป็นจุดเด่นเราต้องมีการจัดงาน ^^ เชิญ ดู เชิญ ชิม ลิ้นจี่สดๆในสวน^^ เพราะจะได้ให้ผู้บริโภคไปดูถึงการทำเกษตรปลอดสารพิษ และบริโภคลิ้นจี้สดๆจากต้น จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจที่จะซื้อไปบริภาคได้ และเราควรจะมีการนำลิ้นจี่ไปแปรรูปหรือนำเอาลิ้นจี่ไปเป็นส่วนผสมของขนมบ้าง อาหารบ้าง เพื่อแก้ปัญหาลิ้นจี่ล้นตลาดได้

  27. นายธนวัฒน์ ดวงฟู 53180907

    ปัจจุบันชาวเกษตรกรหันมาปลูกยางพาราแทนต้นลิ้นจี่นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากมีปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ด้าน เศรษฐกิจ ความต้องการของผู้อุปโภคบริโภค ปัญหาด้านโรคพืชที่เกิดกับต้นลิ้นจิ่ จากการศึกษาข้อมูลพบว่าลิ้นจี่มีปัจจัยหลายๆอย่างที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ ดิน อากาศ ความชื้นในอากาศ ความชื้นในดิน ลิ้นจี่เป็นพืชที่ต้องการดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงหรือปานกลาง มีการระบายน้ำดีเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงควรปลูกลิ้นจี่ในพื้นที่สูงพอสมควร เพราะมีการระบายน้ำที่ดีกว่าในพื้นที่ต่ำ ดินควรมีค่าความเป็นกรดและด่าง (pH) = 5.0-7.0 วิธีการเลือกพันธุ์ลิ้นจี่ให้เหมาะกับภูมิอากาศก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นทางภาคเหนือที่ออกดอกง่ายได้แก่ พันธุ์กิมจี๊ พันธุ์ฮงฮวย สำหรับพันธุ์ที่ออกดอกยาก เช่น พันธุ์ โอเฮียะ และกิมเจง ควรเลือกปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นมากๆ ละยาวนานจึงจะออกดอกได้ดี นอกจากการคัดเลือกพันธุ์แล้วควรเลือกกิ่งพันธุ์จากต้นที่มีประวัติการออกดอกติดผลสม่ำเสมอไปปลูกและที่สำคัญเมื่อถึงหน้าที่มีผลผลิตออกมามากๆมักจะทำให้มีล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำ ฉะนั้นน่าจะมีการศึกษาถึงวิธีการควบคุมผลผลิต หรือพูดง่ายๆก็คือไม่ให้ลิ้นจี่ออกผลในฤดูที่มีผลผลิตมากๆ หรือ เรียกสั้นๆว่า ผลไม้นอกฤดูกาล จะเป็นการเพิ่มผลมูลค่าให้แก่ลิ้นจี่เป็นอย่างมาก และการสร้างเอกลักษณ์เช่นใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพเข้าศึกษาดัดแปลงพันธุ์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่มีลักษณะเด่นแตกต่างจากที่อื่นถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลิ้นท้องถิ่นพะเยาอยู่คู่กับจังหวัดพะเยาต่อไป อีกอย่างควรมีการส่งเสริมในด้านการประชาสัมพันธ์ ควบคู่ไปด้วย

  28. นางสาวดวงกมล สิทธิมงคล 53180884

    ***************ลบคำตอบ******************

  29. นางสาวนลิน เวียงนาค 53180945

    จากพื้นที่ใน อ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา พบปัญหาการปลูกยางพาราขึ้นมาแทนที่ลิ้นจี่ เพราะว่ายางพารามีราคาสูงกว่าลิ้นจี่ … ดังนั้นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับลิ้นจี่ของ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ให้เป็นสินค้าเกษตรชีวภาพ จะต้องเริ่มจากการให้ความรู้ทางด้านเกตรชีวภาพแก่เกษตรกรผู้ปลูก เมื่อเกษตรกรนำความรู้ที่ได้มาใช้กับการปลูกลิ้นจี่เกษตรจะได้พบกับข้อดีหลายๆด้าน เช่น ค่าใช้จ่ายลดลง ผลผลิตที่ได้เป็นผลผลิตที่ปลอดสารพิษ อีกทั้งยังจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกที่จะไม่ได้รับสารพิษจากสารเคมีต่างๆ และเนื่องจากลิ้นจี้เป็นผลไม้ที่ปลูกแล้วให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นผลไม้ที่มีเฉพาะฤดูกาล ดังนั้นในฤดูที่มีผลผลิตลิ้นจี่ออกมาสู่ตลาดจึงมีจำนวนมาก ทำให้ความต้องการบริโภคไม่เพียงพอต่อผลผลิตที่ออกมาสู้ตลาด จึงควรจะมีหน่วยงานของทางภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ใช้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษด้วยวิธีการปลูกแบบชีวภาพ หรือวิธีการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่ง คือ ให้ทางภาครัฐหรือเอกชนเข้ามาส่งเสริมอาชีพของเกษตกรโดยการให้ความรู้และส่งเสริมเกี่ยวกับการแปรรูปลิ้นจี่ที่เหลือจากการจำหน่ายให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรับประทานได้นาน ถ้าหากมีปริมาณมากก็สามารถนำออกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่หมดปัญหาเรื่องลิ้นจี่ล้นตลาดและยังมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าแปรรูป ดังนั้นปัญหาการปลูกยางพาราทดแทนลิ้นจี่ก็อาจลดลงหรือหมดไปก็เป็นได้

  30. นางสาวนลิน เวียงนาค53180945

    จากพื้นที่ในอ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา พบปัญหาการปลูกยางพาราขึ้นมาแทนที่ลิ้นจี่ เพราะว่ายางพารามีราคาสูงกว่าลิ้นจี่ … ดังนั้นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับลิ้นจี่ของ อ.แม่ใจ จ.พะเยา ให้เป็นสินค้าเกษตรชีวภาพ จะต้องเริ่มจากการให้ความรู้ทางด้านเกตรชีวภาพแก่เกษตรกรผู้ปลูก เมื่อเกษตรกรนำความรู้ที่ได้มาใช้กับการปลูกลิ้นจี่เกษตรจะได้พบกับข้อดีหลายๆด้าน เช่น ค่าใช้จ่ายลดลง ผลผลิตที่ได้เป็นผลผลิตที่ปลอดสารพิษ อีกทั้งยังจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกที่จะไม่ได้รับสารพิษจากสารเคมีต่างๆ และเนื่องจากลิ้นจี้เป็นผลไม้ที่ปลูกแล้วให้ผลผลิตที่ดีในพื้นที่ภาคเหนือ และเป็นผลไม้ที่มีเฉพาะฤดูกาล ดังนั้นในฤดูที่มีผลผลิตลิ้นจี่ออกมาสู่ตลาดจึงมีจำนวนมาก ทำให้ความต้องการบริโภคไม่เพียงพอต่อผลผลิตที่ออกมาสู้ตลาด จึงควรจะมีหน่วยงานของทางภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ใช้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษด้วยวิธีการปลูกแบบชีวภาพ หรือวิธีการแก้ปัญหาอีกทางหนึ่ง คือ ให้ทางภาครัฐหรือเอกชนเข้ามาส่งเสริมอาชีพของเกษตกรโดยการให้ความรู้และส่งเสริมเกี่ยวกับการแปรรูปลิ้นจี่ที่เหลือจากการจำหน่ายให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเก็บรับประทานได้นาน ถ้าหากมีปริมาณมากก็สามารถนำออกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นอาจทำให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่หมดปัญหาเรื่องลิ้นจี่ล้นตลาดและยังมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าแปรรูป ดังนั้นปัญหาการปลูกยางพาราทดแทนลิ้นจี่ก็อาจลดลงหรือหมดไปก็เป็นได้

  31. น.ส. นารีรัตน์ อินไชย รหัส 53180952

    เนื่องจากลิ้นจี่ ของอ.แม่ใจ จ.พะเยา มีรสชาติอร่อย หวาน และลิ้นจีก็เป็นผลไม้ออกผลเฉพาะฤดูกาล อันดับแรกเราต้องมีตลาดรองรับผลผลิตที่กว้างขวางที่เจ้าของสวนลิ้นจี่ยอมรับได้และเป็นธรรม ดังนั้นเราก็นำความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพมาปรับแปรงลิ้นจี่ให้ออกผลผลิตตลอดปีและมีรสชาติเหมือนในฤดูกาล เพื่อให้ชาวสวนลิ้นจี่มีรายได้เพิ่มขึ้น และทำสวนลิ้นจี่แบบเกษตรชีวภาพเพื่อประหยัดต้นทุนและปลอดภัยต่อชีวิตทั้งคนใช้และคนบริโภค เพราะตอนนี้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นเมื่อเราทำสวนชีวภาพเราก็มีจุดเด่นเราก็ทำโฆษณาเพื่อที่จะให้ประชาชนได้รู้ว่าเรา ทำสวนแบบชีวภาพปราศจากสารเคมี ลิ้นจี่ก็อร่อยมีทานได้ตลอดปี หรือทำเป็นการท่องเที่ยวสวนลิ้นจี่ หรือจัดงานลิ้นจี่ของดีเมืองพะเยาก้ได้ ถ้าผลผลิตเหลือเราก็สามารถนำมาแปรรูปลิ้นจี่เป็นผลผลิตภัณฑ์ต่างฯได้ค่ะ

  32. นางสาวจันทร์จรัส ศรลัมภ์ 53182314

    จากปัญหาที่เกษตรกรหันมาปลูกยางพาราแทนลิ้นจี่นั้น อาจมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น การดูแลที่ง่ายกว่า ได้ราคาที่สูงกว่า จึงเป็นทางเลือกที่เกษตรกรมาปลูกยางพารามากกว่าความต้องการที่จะปลูกลิ้นจี่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่จะนำกำไรมาสู่รอบครัวของเกษตรกรเอง ส่วนวิธีการจัดการปัญหาของชาวสาวลิ้นจี่นั้น ในความคิดของฉัน ควรจะจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับการปลูกลิ้นจี่ ทั้งในเรื่องของสายพันธุ์ที่จะนำมาใช้ในการปลูก ว่ามีความคงทนหรือเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศหรือไม่ มีน้ำเพียงพอหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนในการปลูกตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกสายพันธุ์ และที่สำคัญคือ เรื่องปุ๋ย เนื่องจากปุ๋ยเคมีมีราคาแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้เทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วย ได้แก่ การไม่ใช้สารเคมี และสารกำจัดวัชพืช เนื่องจากมันเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ โดยการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและยังประหยัดค่าใช่จ่าย แถมยังเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับตัวสินค้า เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้ปุ๋ยจากสารเคมี หลังจากที่มีความรู้ในเรื่องต่างๆๆแล้ว เรื่องตลาดที่จะขายก้อเป็นสิ่งสำคัญเพราะมีเกษตรกรจำนวนมากที่ปลูกลิ้นจี่พร้อมๆๆ กัน ดังนั้นถ้าใครสามารถที่จะทำให้มีผลผลิตออกนอกฤดูกาลได้ มีรสชาติที่เฉพาะของไร่นั้นๆๆ เช่น อาจจะมีรสหวาน มีเนื้อแน่น ไม่เน่าเสียง่าย เก็บรักษาไว้ได้นาน ก็จะทำให้ได้ผลผลิตที่ได้มีความแตกต่างและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยการสร้างเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ถ้าทำได้แล้วอาจมีการจดลิขสิทธิ์เป็นแบบเฉพาะไร่ของตนเองด้วย แต่ถ้าเกษตรกรไม่สามารถที่จะทำให้ได้ผลผลิตนอกฤดูกาลได้ แล้วทำให้มีลิ้นจี่ออกมาล้นตลาด วิธีการแก้ไขที่น่าจะดีที่สุด คือ ควรจะนำลิ้นจี่มาแปรรูปหรือส่งไปขายยังต่างประเทศในรูปแบบของ ลิ้นจี่กระป๋อง ลิ้นจี่ตากแห้ง น้ำลิ้นจี่ ลิ้นจี่กวน หรืออื่นๆที่แปลกใหม่ เพื่อที่จะสร้างความสนใจให้กับผู้บริโภค จะได้เป็นการแก้ปัญหาลิ้นจี่ที่มีมากเกินไปจนล้นตลาด นอกจากนี้ยังต้องมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องอื่นๆอีก เช่น การหาตลาดให้กับเกษตรกรแต่ละราย การจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ด้วยกันเอง เพื่อจะนำความรู้มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และลดปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของการแย่งตลาดด้วย หรืออาจจะสร้างจุดเด่นของไร่ขึ้นมาเช่น การทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว เพื่อที่จะให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขต่อไปค่ะ

  33. นางสาวบุศรา ตุ้ยวงค์ 53180983

    ปัจจุบันโดยเกือบทุกพื้นที่ของภาคเหนือได้มีการนำเอายางพารามาปลูก เนื่องจากมีราคาค่ายางพาราสูงจึงทำให้เกษตรกรพากันมาหารายได้จากการปลูกยางพารามากกว่าการปลูกลิ้นจี่และในภาคเหนือเรามีการปลูกลิ้นจี่มากเกือบทุกพื้นที่ แต่ในการปลูกลิ้นจี่ ก็มีปัญหาเรื่องของการได้ผลผลิตไม่ตรงตามความต้องการของชาวเกษตรกรและเราจึงควรแก้ปัญหาในการที่จะได้ผลผลิตให้ได้ตามความต้องการของเกษตรกรและผู้ซื้อเราควรแก้ปัญหาโดยการนำเอาวิธีทางชีวภาพมาช่วยกลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องการปลูกลิ้นจี่ ในการนำเอาวิธีทางชีวภาพมาช่วยในการปลูกลิ้นจี่ทำให้เกษตรกรลดการลงทุน ผลผลิตที่ได้ไม่เจือปนสารเคมี และในการจัดส่งการขายลิ้นจี่เมื่อผลผลิตเหลือหรือมีมากกว่าผู้บริโภคเราจะแก้ปัญหาโดยควรนำลิ้นจี่ไปแปรรูปตามความต้องการของผู้บริโภค เช่น นำไปอบแห้ง ทำน้ำผลไม้ กระป๋องผลไม้เป็นต้น และทางภาครัฐควรช่วยเกษตรกรทางด้านการจัดส่งสิ้นค้าให้กับกลุ่มบริษัทเอกชน

  34. นางสาว พรทิพย์ จันปา 53180990

    การที่เกษตรกรชาวแม่ใจหันมาปลูกยางพาราแทนการปลูกลิ้นจี้มากขึ้นนั้น เนื่องจากกำไรที่สูงกว่า ดิฉันเห็นว่า การลดต้นทุนการผลิตและการสร้างมูลค่าเพื่อให้แก่การปลูกลิ้นจี้ จะทำให้เกษตรชาวแม่ใจจะหันมาอนุรักษ์การปลูกลิ้นจี้มากขึ้น
    เกษตรชีวภาพเป็นวิธีการจัดการสวนลิ้นจี้เชิงผลผลิตที่สามารถช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี เพราะที่ผ่านมากการเกษตรมีการใช้จ่ายในการผลิตที่สูง จากการทำปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก ดังนั้นเกษตรชีวภาพจึงเป็นการหันมาใช้วัตถุดิบในชุมชนที่มีมากพอมาทำปุ๋ยใช้เอง นอกจากนี้ เกษตรชีวภาพยังเป็นการบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรแบบองค์รวม เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
    การสร้างมูลค่าเพิ่ม(value added) ยังเป็นการเพิ่มกำไรให้แก่เกษตรกรได้อีกทาง โดยการประยุกต์ใช้เกษตรทฤษฏีใหม่ ซึ่งเป็นทฤษฎีแห่งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร ว่าด้วยการแบ่งสรรพื้นที่ออกเป็นส่วนๆ และปลูกพืชที่หลากหลาย ทำให้ฤดูการที่ลิ้นจี้ยังไม่ออกผลสามารถนำผลผลิตชนิดอื่นๆ มาสร้างกำได้อีกทาง นอกเหนือจากนี้ การปลูกลิ้นจี้นอกฤดูการยังเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก เพราะจะทำให้ราคาของลิ้นจี้สูงขึ้นกว่าปกติ 3-5 เท่าตัว การที่จะทำได้นั้นจะต้องอาศัยพื้นที่อากาศที่เย็นและสูงกว่าระดับน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไป ซึ่งสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดพะเยาเอื้ออำนวยต่อแนวคิดนี้
    เพื่อเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี้พื้นเมืองของจังหวัดพะเยาให้คงอยู่ยังยืน จะต้องทำให้เกษตรกรมองเห็นช่องทางที่จะสร้างรายได้ โดยการใช้วิธีการทางเกษตรชีวภาพลดต้นทุนและเกษตรทฤษฏีใหม่ในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่เกษตรกร

  35. น.ส.อรุณรัตน์ เจริญศรี 53182413

    จากที่ปัจจุบันมีการปลูกยางพารากันมากขึ้นด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จึงมีผลทำให้ลิ้นจี่มีคนปลูกน้อยลง แต่เราสามารถนำลิ้นจี่มาแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายขึ้น เช่นทำลิ้นจี่อบแห้งบรรจุกระป๋องให้สวยงามเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นกว่าเดิมและพยายามคิดปรับปรุงพันธ์ลิ้นจี่แบบใหม่ๆที่แตกต่างไปจากตลาด ถึงแม้ว่าจะมีการปลูกยางพารากันมากขึ้นใน อ.แม่ใจ แต่เนื่องจากภูมิอากาศและภูมิประเทศของอ.แม่ใจ จ.พะเยามีความเหมาะสมที่จะปลูกลิ้นจี่เป็นอย่างมาก เพราะอากาศเย็น ดินเหมาะสมกับการปลูกพืชประเภทนี้จึงทำให้มีประชาชนส่วนใหญ่ในอ.แม่ใจ ปลูกลิ้นจี่เป็นจำนวนมากถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของพะเยาสร้างรายได้ให้ครอบครัวและชุมชนเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องด้วยปัจจุบันการแข่งขันมีสูงขึ้นจึงมีการขยับขยายหาช่องทางทำมาหากินกันแตกต่างไปจากเดิม และด้วยการปลูกลิ้นจี่ชาวสวนต้องพบกับปันหามากมาย เช่น ศัตรูพืชต่างๆ พวกแมลงต่างๆ และด้วยมีการปลูกมากส่งผลให้ราคาตกต่ำด้วย เป็นต้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์พืชเศรษฐกิจอย่างลิ้นจี่ที่มีคู่จังหวัดพะเยามานาน จึงควรหาจุดเด่นที่มาตีตลาดคู่แข่งให้ได้ โดยพยายามคิดวิจัยปรับปรุงพันธ์ลิ้นจี่เพื่อให้ลิ้นจี่อยู่คู่จังหวัดพะเยาต่อไป…

  36. นางสาวสุภรัตน์ รังษีสม 53182406

    เนื่องจากในปัจจุบันพบว่า เกษตรกรผู้ปลูกสวนลิ้นจี่ใน อ.แม่ใจ จ.พะเยาได้เริ่มนำยางพารามาปลูกทดแทนสวนลิ้นจี่ เนื่องจากให้ราคาที่สูงกว่าจึงทำให้สวนลิ้นจี่มีจำนวนลดน้อยลงและอาจสูญพันธุ์ได้ ดังนั้นเราจะต้องสร้างจุดเด่นของลิ้นจี่ให้เป็นสินค้าเกษตรชีวภาพปลอดสารพิษ ซึ่งจะเป็นที่นิยมมากเนื่องจากปัจจุบันมีการรณรงค์สินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ดังนั้นเราจะต้องเริ่มให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการปลูกลิ้นจี่โดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี ปราศจากสารพิษ นอกจากนี้ยังต้องแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำสารป้องกันศัตรูพืช เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร นอกจากนี้ภาครัฐและเอกชนควรเข้ามาสนับสนุนการปลูกลิ้นจี่ปลอดสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพันธุ์ลิ้นจี่ การขยายพันธุ์ลิ้นจี่เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ลิ้นจี่ให้คงอยู่ และวิธีการแปรรูปลิ้นจี่ให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานและสนับสนุนให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน ส่งออกขายตามท้องตลาด ซึ่งรัฐและเอกชนควรเข้ามาสนับสนุนในเรื่องของการรับซื้อผลผลิตลิ้นจี่ มีการควบคุมราคาให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนสวนลิ้นจี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ศึกษาวิธีการปลูก แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวการปลูกลิ้นจี่ปลอดสารพิษอีกด้วย

  37. นางสาวกาญจนา มาสกลาง 53180815

    เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรชาวพะเยาได้เปลี่ยนมาทำการปลูกยางพาราแทนการปลูกลิ้นจี่ เพราะว่ายางพาราได้มีราคาที่สูงกว่าและพื้นที่ในการปลูกก็มีความเหมาะสมแก่การปลูกยางพาราอีกด้วย ดังนั้นทำให้การปลูกลิ้นจี่จึงมีจำนวนลดลง เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างจุดเด่นของลิ้นจี่โดยการทำให้เป็นเกษตรชีวภาพและผลผลิตที่ได้ก็นำมาทำการแปรรูป(เพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า) โดยเราจะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกรว่าการทำเกษตรชีวภาพนั้นมีวิธีการอย่างไร และการไม่ใช้สารเคมีในการปลูก โดยอาจจะเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพแทนการใช้สารเคมี นอกจากวิธีการเหล่านี้แล้วภาครัฐและเอกชนควรมีบทบาทเข้ามาดูแลและให้การสนับสนุนเพื่อให้ลิ้นจี่แม่ใจ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมไปถึงการทำเป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยงเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

  38. นางสาวศิธร สะพานพุทธ 53181119

    ในปัจจุบันประเทศไทยเรามีความหลากหลายในด้านการเกษตรมีการแข่งขันกันอย่างมากจึงทำให้มีการคิดค้นการเกษตรแบบต่าง ๆ ขึ้นมา แ่ข่งขันกันในด้านธุรกิจ และในจังหวัดพะเยาก็เช่นกัน ในอำเภอแม่ใจ พบปัญหาการปลูกยางพาราขึ้นมาแทนที่ลิ้นจี่ เพราะว่ายางพาราได้มีราคาที่สูงกว่าลิ้นจี่ การที่จะทำให้เกษตรกรในอำเภอแม่ใจ หันกลับมาปลูกลิ้นจี่นั้นต้องมีการนำหลักเกษตรชีวภาพ มาใช้เป็นแนวทางในการปลูกลิ้นจี่โดยการลดต้นทุนการผลิต และปลูกให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเป็นเอกลักษณ์ ของอำเภอแม่ใจเองนอกจากนี้จะต้องเริ่มให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการปลูกลิ้นจี่โดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี ปราศจากสารพิษ นอกจากนี้ยังต้องแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำสารป้องกันศัตรูพืช เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรซึ่ง วิธีนี้อาจจะทำให้การปลูกลิ้นจี่ของชาวอำเภอแม่ใจอยู่ยั่งยืนต่อไป

  39. นางสาวภราพัช จรัญรัฐชัย 53181072

    ที่เกษตรกรหันมาปลูกยางพาราเพิ่มมากขึ้นอาจเป็นเพราะยางพารามีต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลกำไรสูง นอกจากการขายน้ำยางสดแล้ว เกษตรกรยังสามารถแปรรูปน้ำยางให้เป็นยางแผ่นได้ ซึ่งได้ราคาสูงกว่าการขายน้ำยางสดมาก และมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน ซึ่งต่างจากการปลูกลิ้นจี่เพราะลิ้นจี่ สามารถขายสดได้เพียงอย่างเดียว ทำให้มีตลาดรองรับน้อย และยังต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วย ทำให้เกษตรกรเห็นว่าการปลูกยางพารานั้นดีกว่าการปลูกลิ้นจี่ .. เพราะฉะนั้นภาครัฐจึงควรสนับสนุนให้เกษตรกรอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ได้เห็นถึงความสำคัญและหันมาปลูกลิ้นจี่สายพันธุ์พื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนราชการน่าจะมีการจัดอบรมความรู้ให้กับเกษตรกร เรื่องการนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่นำมาประยุกต์ใช้กับเกษตรชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิตลิ้นจี่โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ควรมีการเปิดสวนลิ้นจี่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ ให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้ชื่นชมความงาม ได้ลิ้มรสความสดใหม่ของลิ้นจี่จากสวน ควรส่งเสริมให้มีการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลิ้นจี่เพื่อเพิ่มแนวทางให้เกษตรกรได้ผลตอบแทนสูงขึ้น และสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นให้ลิ้นจี่โดยการโปรโมตให้เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ เหมือนเช่นทุเรียนจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรว่าการปลูกลิ้นจี่ ปลูกแล้วจะไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน มีตลาดรองรับที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร เป็นกำลังใจให้เกษตรกรอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยาอนุรักษ์การปลูกลิ้นจี่เพื่อให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

  40. ดำเนินการส่งผลคะแนนให้กับทางอาจารย์นะครับ ขอบใจทุกคนที่ส่งคำตอบมาครับ

  41. น.ส. กิตติยาภรณ์ พันธ์ปัญญา 4/3

    จากปัญหาการนำต้นยางพารามาปลูกแทนลิ้นจี่ใน อ. แม่ใจ จ.พะเยานั้น สาเหตุแรกก็อาจจะเป็นเพราะในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากราคายางพาราในตอนนี้มีราคาที่สูงขึ้นจึงเป็นแรงจูงใจให้กับชาวสวนลิ้นจี่ หันมาปลูกยางพารากันมากขึัน แต่ชาวสวนไม่ได้คิดถึงเรื่องในอนาคตว่าถ้าชาวสวนลิ้นจี่หันมาปลูกยางพารากันหมด ก็จะทำให้ความต้องการของตลาดลดลง และราคายางก็จะเริ่มตกต่ำลงไปด้วย ส่วนสาเหตุที่สอง อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกยางพาราให้ได้ผลดีกว่าลิ้นจี่ หรืออาจเป็นเพราะชาวสวนลิ้นจี่ได้ประสบกับปัญหาโรคที่เกิดกับต้นลิ้นจี่ ทำให้ลิ้นจี่ที่ออกมาได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร จึงทำให้ชาวสวนลิ้นจี่หาทางออกโดยการนำต้นยางพารามาปลูกแทนต้นลิ้นจี่ แต่อย่างไรก็ตามลิ้นจี่ก็ยังเป็นผลไม้อย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพะเยาและอำเภอแม่ใจมานานแล้วด้วย รสชาติที่หวาน หอม อร่อย ดังนั้นเราก็ควรจะช่วยกันหาวิธีที่จะรักษาหรือเพิ่มมูลค่าให้กับลิ้นจี่ของเราให้มีคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น และทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เกี่ยวกับลิ้นจี่ในพื้นที่ และทำการโปรโหมดการ เปิดสวนลิ้นจี่ให้เป็นสถานที่ท่องเทียวและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมสวนลิ้นจี่และให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้ามาชมและเข้ามาเก็บลิ้นจี่สดๆ ในสวนและนักท่องเทียวสามารถซื้อลิ้นจี่สดๆในราคาหน้าสวน และทำผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลิ้นจี่ ที่เป็นของขึ้นชื่อ ของอำเภอ แม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นของฝากให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ ตัวอย่างเช่น แยมลิ้นจี่ ครีมอาบน้ำกลิ่นลิ้นจี่ ลิ้นจี่กระป๋อง ฯลฯ นอกจากจะทำผลิตภัณฑ์ขายในพื้นที่แล้วยังสามารถหาตลาดใหม่ๆ หรือทำผลิตภัณฑ์ลิ้นจี่แปรรูปใหม่ๆเพื่อส่งขายตามต่างจังหวัดหรือส่งขายต่างประเทศถ้ามีโอกาส ก็จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวสวนลิ้นจี่แล้วก็ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าจากลิ้นจี่ธรรมดาๆให้กลายเป็นสินค้าที่มีราคาเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดพะเยาอย่างหนึ่งเลย และก็จะทำให้ชาวสวนลิ้นจี่มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาต่างๆและจะเป็นแนวคิดหนึ่งที่เป็นทางเลือกให้กับชาวสวนลิ้นจี่ได้นำไปคิดและนำไปปรับใช้ ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวสวนลิ้นจี่ อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ให้มีกำลังใจต่อไปนะคะ

  42. น.ส.นันทกานต์ ใจเย็น 4/3

    เนื่องจากปัจจุบัน ชาวสวนนิยมปลูกต้นยางพาราแทนต้นลิ้นจี่กันมากขึ้น อาจจะด้วยสาเหตุที่ว่ายางพาราให้ราคาดีกว่านั่นเอง ดังนั้นเราควรที่จะอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นของเราเอาไว้ หากเป็นในความคิดของฉัน เราควรที่จะให้ความรู้แก่เกษตรกรก่อนว่าระหว่างลิ้นจี่กับยางพารามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร อะไรที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นของเรามากกว่ากัน และลิ้นจี่มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ส่วนการสร้างจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในเชิงพื้นที่นั้นก็อาจจะทำสวนลิ้นจี่ในแบบของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และทำผลผลิตออกมาในรูปแบบแปรรูป เช่น ลิ้นจี่กระป๋อง ลิ้นจี่อบแล้ง สุรากลั่นลิ้นจี่ น้ำลิ้นจี่ ฯลฯ หรือในรูปแบบประกอบขนม เช่น เค้กลิ้นจี่ คุกกี้ลิ้นจี่ ไอศกรีมลิ้นจี่ ฯลฯ เพื่อเป็นสินค้าโอทอปเพื่อขายทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด การที่จะจัดการสวนลิ้นจี่โดยวิธีทางชีวภาพนั้นอาจจะทำในรูปแบบของการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ร่วมกับการเกษตรชีวภาพ เช่น การใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ใช้สารไล่แมลงชีวภาพแทนยาฆ่าแมลง หรือทำน้ำหมักชีวภาพ ทำน้ำส้มควันไม้ ทำปุ๋ยอินทรีย์ ไว้ใช้เอง และกำจัดแมลงโดยวิธีการอนุรักษ์ศัตรูพืชธรรมชาติ เช่น กิ้งก่า แมงปอ ฯลฯ รวมไปถึงการใช้ น้ำสกัดชีวภาพที่สกัดมาจากสมุนไพรพื้นบ้านหาง่ายเพื่อใช้ไล่แมลง เกษตรชีวภาพจะทำให้ลดต้นทุนลงได้และอาจจะสามารถเพิ่มผลผลิตของลิ้นจี่ให้มากขึ้นได้โดยที่ต้นทุนต่ำก็เป็นไปได้

  43. เนื่องจากเด๋วนี้ จังหวัดพะเยา ผู้คนส่วนมากที่มีสวนเป็นของตนเอง หันมาปลูกต้นยางพาราแทนต้นลิ้นจี่ซึ่งลิ้นจี่ที่ชาวพะเยาได้ปลูกกันนั้น เป็นลิ้นจี่พันธุ์ท้องถิ่นของจังหวัดพะเยา เพราะในขณะนี้ราคายางพารามีราคาสูงว่าราคาลิ้นจี่ ผู้คนจึงคิดอยากได้เงินเยอะๆโดยหันมาปลูกต้นยางพาราแทน โดยไม่ได้คิดว่า ทุกคนนั้นก็อยากได้เงินเยอะๆเหมือนกันจึงปลูกกันทั่ว ทำให้ราคายางพาราต่ำลง แต่ไม่คิดถึงราคาของต้นลิ้นจี่ ยังคงมีที่แม่ใจแต่ก็ส่วนน้อย เพราะตอนนี้ก็เริ่มมาปลูกยางพารากันมากแล้ว ซึ่งลิ้นจี่เราสามารถนำมาแปรรูปให้เป็นอย่างอื่นได้หลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น น้ำปั่นรสลิ้นจี่ ลิ้นจี่เชื่อม ลิ้นจี่แช่อิ่ม ลิ้นจี่ตากแห้ง ซึ่งลิ้นจี่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาหารได้หลายอย่าง ซึ่งเราก็สามารถจัดสวนลิ้นจี่ของเราให้สวยเด่น เป็นการโปรโมทจังหวัดพะเยาไปในตัวด้วย และเป็นการขายลิ้นจี่ เราใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยที่เราทำขึ้นเอง โดยไม่พึ่งสารเคมี เป็นการลดต้นทุนอีกทางหนึ่ง และน้ำของลิ้นจี่จะหวานขึ้นด้วย เมื่อลิ้นจี่ขายแล้วส่วนที่เหลือก็ทำการแปรรูปแล้วส่งไปขายในต่างจังหวัดเพื่อเพิ่มมูลค่าลิ้นจี่ให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ชาวพะเยามีชีวิตที่ดีมากขึ้น จังหวัดพะเยาก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากขึ้น มาซื้อลิ้นจี่จากสวนในราคาพิเศษ ซึ่งถ้าซื้อลิ้นจี่จากสวนจะถูกกว่าในท้องตลาด และสดกว่าด้วย ทำให้สวนลิ้นจี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวพะเยามากกว่าเดิม ลิ้นจี่เเปรรูปก็จะเป็นสินค้าโอท๊อปของจังหวัดพะเยาอีกชิ้นหนึ่ง

  44. น.ส. สหัสา ขยันดี ม. 4/3

    ในปัจจุบันชาวสวนอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยานิยมปลูกยางพาราแทนลิ้นจี่กันเป็นจำนวนมาก เพราะยางพารามีราคาที่ดีกว่าเราควรหาวิธีอนุรักษ์สายพันธุ์ลิ้นจี่ท้องถิ่นเอาไว้ ผู้คนที่หันมาปลูกยางพาราเพราะคงอยากจะมีเงินไว้หมุนงานต่อ แต่เดี๋ยวนี้ยางพาราก็เริ่มมีผู้คนปลูกมากขึ้น ถ้ายางพารามีมากเกินความต้องการราคายางพาราก็จะตกต่ำลงแล้วทำไมเราไม่อนุรักษ์ลิ้นจี่ของเราไว้เพราะลิ้นจี่คือผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดพะเยาทำไมไม่หาวิธีเพิ่มมูลค่าให้กับลิ้นจี่เราสามารถนำลิ้นจี่มาแปรรูปได้หลายวิธีคิดค้นสินค้าใหม่ๆ ยกตัวอย่างง่ายๆทำไมชาวอำเภอลับแลจังหวัดอุตรดิตถ์ถึงทำทุเรียนทอด ทุเรียนกวน และอื่นๆที่เป็นการแปรรูป แล้วทำไมลิ้นจี่ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพะเยาจะแปรรูปบ้างไม่ได้แค่เรามีความคิดที่จะทำมีคนมาให้ความรู้่ใหม่ๆต่อไปลิ้นจี่ของเราอาจกลายเป็นของฝากที่ใครๆต่างรู้จักกลายเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดพะเยาในรูปแบบใหม่

  45. นายกริชรัตน์ เสธา 4/3

    ความสำคัญกับการลงทุนปลูกสวนยางพารามากขึ้น ส่งผลให้ผลไม้ที่สำคัญอย่าง ลิ้นจี่ ซึ่งถือเป็นผลไม้ที่มีชื่อและขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดและของภาคเหนือเรา ถูกละเลยมากขึ้น สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะผลตอบแทนที่ได้ ไม่คุ้มค่าเพราะต้องเสียเงินลงทุนไปกับการซื้อปุ๋ยเพื่อมาบำรุงพันธุ์ต่างๆ

    ทั้งนี้ หากสามารถลดต้นทุนลงได้ก็จะช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องทนแบกรับภาระเรื่องราคาผลผลิตอีกต่อไป เพราะหากผลผลิตมีคุณภาพและปลอดภัย รับรองได้ว่าเกษตรกรจะสามารถระบายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและราคาดี เพราะถือว่าความต้องการของตลาดยังมีอยู่มาก เพียงแต่สินค้าของเรายังขาดคุณภาพและมาตรฐานตามที่ผู้นำเข้าต้องการ ดังนั้น ชาวสวนต้องใช้ความอดทนและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ อีกทั้งยังต้องวิเคราะห์ถึงผลดีผลเสีย หากจะนำพื้นที่ปลูกสวนลิ้นจี่ ไปเป็นสวนยาง เพราะที่ดินและภูมิอากาศความเหมาะสมมันต่างกัน ควรมองว่าที่ดินส่วนไหนควรปลูกอะไรและหันมาแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน

    “แม้ว่าเกษตรกร จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากราคาของผลผลิตที่ตกต่ำ โดยเฉพาะจากผลผลิตของลิ้นจี่ แต่หากเกษตรกรหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคกันมากขึ้น ไม่คิดแต่จะปลูกและเก็บเพื่อการส่งออก โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก ก็จะทำให้ผลผลิตไม่ได้มาตรฐานและราคาตกต่ำ อีกทั้ง ยังส่งผลถึงปัญหาผลผลิตล้นตลาดอีกด้วย”นายสมชาย กล่าว

  46. นาย เจษฎา ชุ่มวงค์ 4/3

    เนื่องจาก ชาวเกษตรกร จ.พะเยา หันมาปลูกยางพาราเเทนการปลูกลิ้นจี่นั้น ผมคิดว่าชาวเกษตรกร อาจพบเจอปัญหาจากการปลูกลิ้นจี่ เช่น การพบเจอกับศัตรูพืช ผลผลิตออกมาไม่ได้ตามที่ต้องการ ขาดทุน เกษตรกร จ.พะเยาได้เริ่มนำยางพารามาปลูกทดแทนสวนลิ้นจี่ เนื่องจากให้ราคาที่สูงกว่าจึงทำให้สวนลิ้นจี่มีจำนวนลดน้อยลงและอาจสูญพันธุ์ได้ เพราะว่ายางพารามีราคาสูงกว่าลิ้นจี่
    สภาพแวดล้อม การปลูกลิ้นจี่
    ดินที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ของลิ้นจี่ควรเป็นดินที่มีหน้าดินลึก มีอินทรียวัตถุมาก ได้แก่ ดินร่วน ดินร่วนปนทราย มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถึงเป็นกลาง
    อากาศ อากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและออกดอกติดผลของลิ้นจี่ควรมีอากาศเย็นในฤดูหนาว และไม่มีอากาศร้อนจัดคืออุณหภูมิต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส
    แต่ พะเยา ไม่ค่อยเป็นสภาพแวดล้อม แบบนี้ จึงทำให้หันมาปลูก ยางพาราแทนครับ

  47. นาย รัชชานนท์ จำปา 4/3

    เนื่องจาก ชาวเกษตรกร การปลูกต้นยางพารามาทดแทนการปลูกลิ้นจี่
    มากจำทำให้ ลกปริมาณการปลูกลิ้นจี่ไปเปนจำนวนมากเพราะการปลูกลิ้นจี่อาจได้ราคาลิ้นจี่ที่ต่ำชาวเกษตรถึงหันมาปลูกต้นยางพารากันมาและตอนี่ยาพาราเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายเนื่องจากการปลูกต้นยางพารานิยมกันมากในภาคอีสานที่มีสภาพแวดล้องใกล้เคียงกันกับภาคเหนือของเราชาวพะเยาของเราจึงหันมาปลูกต้นยางพารากันผมคิดว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาโดยวิธีทางชีวภาพเพื่อสร้างจุดเด่นให้ลิ้นจี่เป็นที่นิยมโดยใช้วิธีการทางชีวะภาพวิทยาให้มีลิ้นจิ่ลูกใหญ่มีเนื้อข้างในให้มากๆแต่มีเม็ดน้อยหรือว่านำไปทำอย่างอื่นเช่นทำวายลิ้นจี่ผลิตภัณฑ์หลักของชาวจังหวัดพะเยาให้เป็นเอกลักษณ์และลิ้นจี่ไร้สารเคมีเกษตรไร้สารเคมีและแนะนำให้นักท้องเที่ยวมาเที่ยวชิม ชม และช็อปผลิตภัณฑ์ลิ้นจี่ของชาวพะเยาของเราคับ

  48. น.ส.วรรณนิภา วงค์ไชยา ม.4/3

    ลิ้นจี่เป็นผลไม้ส่งออกและเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา ที่มีมาตั้งนานแล้ว…(โดยเฉพาะที่ อำเภอแม่ใจ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญในจังหวัดพะเยา หรือของประเทศไทยก็ว่าได้) … ดังนั้นเราต้องมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เราต้องมีการแนะนำแนวทางการปฎิบัติ อบรมแนวทางให้กับประชาชน หรือเกษตรกร ให้รู้จักเกี่ยวกับวิธีการปลูกลิ้นจี่ให้มากขึ้น เช่นการปลูกลิ้นจี่โดยปลอดสารเคมี หรือไม่ก็มีการนำเอาเทคนิคทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วย เพื่อการปรับปรุงพันธุ์ให้มีคุณภาพและผลผลิตที่ดีขึ้น…จุดเด่นที่อยากแนะนำคือ การตั้งชื่อสายพันธุ์ลินจี่ ให้แปลกใหม่ เพื่อเป็นจุดเด่นของจังหวัดพะเยา การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากลินจี่ให้น่าซื้อ น่ารับประทาน เพื่อให้ลิ้นจี่ขายออกได้อีกทางหนึ่ง
    **และที่สำคัญในความคิดของฉันคือ การพูดชักจูง ชักชวนให้ชาวสวนหันกลับมาปลูกลิ้นจี่กันมากขึ้นเช่น”การปลูกลิ้นจี่..ก็รวยได้เหมือนกันนะ ขอแค่ขยันและตั้งใจในสิ่งที่ทำ ก็คงไม่แพ้อาชีพอื่นๆเช่นกันหรอก”

  49. น.ส.พิชญ์สินี สมศักดิ์4/3

    เนื่องด้วยในปัจจุบันลิ้นจี่มีราคาต่ำกว่าต้นยางพารา ชาวเกษตรกรจึงหันมาปลูต้นยางพาราแทนจึงทำให้ปริมาณการปลูกลิ้นจี่ลดลงเป็นอย่างมาก ถ้าปัญหานี้ยังเกิดขึ้นต่อไปในไม่ช้าลิ้นจี่อาจจะสูญพันธุ์ไปก็เป็นได้ ดังนั้นเราต้องมีการแก้ปัญหาคือ การแปรรูปลิ้นจี่ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่นเมื่อเราจะทำลิ้นจี่กระป๋อง น่าจะออกแบบภาชนะที่ใช้สำหรับบรรจุลิ้นจี่ให้ดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน และน้ำลิ้นจี่น่าจะเพิ่มอะไรที่เป้นประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะทำเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น อันดับแรกก็ต้องจัดอบรมเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรรู้ถึงประโยชน์ของลิ้นจี่และให้ช่วยกันแก้ใขปัญหานี้ และบอกถึงผลที่จะตามมาด้วยว่า ถ้าเกษตรกรไทยทุกคนหันมาปลูกยางพาราหมดอนาคตลิ้นจี่ก้อจะหายากขึ้นลูกหลานก็อาจจะไม่ได้เห็นหรือกินลิ้นจี่อีกเลยก็เปนได้ ถ้าเกษตรกรอยากหารายได้เพิ่มนอกจากการปลูกลิ้นจี่ ก็อาจจะปลูกลิ้นจี่ในฤดูที่ลิ้นจี่ออกผลผลิตมาก แล้วพอหมดช่วงที่ลิ้นจี่ออกผลก็หันมาปลูกยางพาราควบคู่ไปด้วยเช่นกัน
    ป.ล.ในอนาคตอยากเห็นลินจี่เป็นสีอื่นบ้าง

  50. ปัจจุบันในจังหวัดพะเยาซึ่งจังหวัดพะเยาเป็นเเหล่งผลิตลิ้นจี่ที่สำคัญ ซึ่งที่ปลูกเกษตกรลิ้นจี่เริ่มลดลงเพราะราคาลิ้นจี่ต่ำกว่ายางพารา เกษตกรเลยหันมาปลูกยางพารามากขึ้น ทำให้สวนลิ้นจี่ลดลง จำนวนลิ้นจี่ในท้องตลาดลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้ลิ้นจี่ขาดตลาดได้ในอนาคต การแก้ปัญหาในความคิดของผมคือ
    หันมาใส่ใจเรื่องการเพิ่มผลกำไรให้ลิ้นจี่ โดยวิธีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้ เช่นการบรรจุแพคให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น การทำการเกษตรแบบ ออแกนิค
    แปรรูปลิ้นจี่เป็นอาหารสุขภาพ และทางจังหวัดควรสนับสนุนโดยการช่วยโปรโมทหรือโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากลิ้นจี่ หรือจัดเทศกาลเชิญชวนผู้คนให้หันมาบริโภคลิ้นจี่มากขึ้น การปรับปรุงสายพันธุ์ลิ้นจี่ให้ทนแมลงทนสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตของลิ้นจี่ หรือใช้การเกษตรแบบผสมผสาน
    โดยชาวสวนที่มีพื้นที่การเกษตร ก็จัดสัดส่วนพื้นที่ เพื่อปลูกพืชเครษฐกิจอื่นควบคู่ไป หรือปลูกยางผสมลิ้นจี่ ทำให้เกษตรกรมีรายรับตอนที่ต้นยางพารากำลังเจรฺิญเติบโต และควรปลูกพืชผลทางการเกษตรร่วมด้วยเพื่อให้มีรายรับตลอกทั้งปี เผื่อ หมดฤดูลิ้นจี่ ผลไม้อื่นมาแทนที่ ก็จะมีเงินจากการเก็บเกี่ยวผลไม้อื่นควบคู่ไป จนกว่าต้นยางจะโต แตผมอยากให้เกษตกรหันมาปลูกพื้นท้องถิ่นของตนเองมากกว่าเพราะจะเป็นเอกลักษณ์ประทำท้องถิ่นเช่น ที่นี่มีลิ้นจี่ อาจทำเทศกาลขึ้นมาในพื้นที่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาแวะชมแวะซื้อ ผลไม้จากเกษตกร เพื่อไม่ให้เศรษกิจดิ่งลง และทำให้เงินหมุนในประเทศมากขึ้นทั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว ก็อาจจะโฆษณา ในเว็บท่องเที่ยวว่าฤดูนี้ พะเยามีเทศกาลลิ้นจี่ เชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาเที่ยวที่จังหวัดพะเยา
    เพื่อมาร่วมเทศกาลลิ้นจี่และ ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดด้วย ทั้งนี้ผมก็เสนอความคิดว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ก็จะทำให้ส่งผลประโยชน์กับท้องถิ่นนั้นได้ดีครับเพราะมันเป็นจุดเด่นเป็นตัวโฆษาท้องถิ่นไปในตัว ทำให้ประชาชน หรือเยาวชนในท้องถิ่นมีงานทำ ซึ่งส่งผลดีอย่างยิ่งต่อเกษตกร ช่วยกันคิดช่วยกันทำตั้งปัญหาและแก้ปัญหาความสำเร็จจะตามมาเสมอครับ เป็นกำลังใจให้ชาวสวนลิ้นจี่ทุกคนครับ สู้ต่อไปอย่าท้อครับ

  51. ณัฐพงศ์ บัวเทศ 4/3 08450

    ลิ้นจี่ของพะเยามันมีจุดเด่นอยู่แล้วแต่เราต้องโปรโมทให้ดูน่าสนใจการที่มีการนำยางมาปลูกนั้นเพราะเกษตรกรเห็นว่าปลูกยางแล้วได้เงินมากกว่าแต่ไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาคือ ถ้าปลูกยางกันเยอะราคาก็จะตกลงเป็นธรรมดาพอเห็นราคายางตกลงเกษตรกรก็จะเปลี่ยนพืชที่จะปลูกเป็นอย่างอื่นดังนั้นเราจะต้องหาวิธีการที่จะทำให้คนมานิยมรับประทานลิ้นจี่ให้มากขึ้นเพาะถ้ามีผู้บริโภคมากขึ้นราคาของลิ้นจี่เองก็จะสูงขี้นไปด้วยเนื่องจากมีเกษตรกรปลูกลิ้นจี่ในจำนวนน้อยทำให้มีผลผลิตน้อยแต่มีผู้บริโภคมากก็จะทำให้มีราคาสูงขึ้นเกษตรกรก็อาจจะหันมาปลูกลิ้นจี่กันมาขึ้นแต่ทั้งนี้ปัญหาก็ยังไม่จบเพราะถ้ามีคนปลูกมากราคาก็จะตกลงอีกเหมือนเดิมวิธีการที่จะทำให้ราคาลิ้นจี่คงที่อาจจะอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ก็เป็นไปได้ถ้าเราทำให้ลิ้นจี่เปลี่ยนสีจากสีแดงเป็นสีอื่นแต่ก็คงรสชาติความอร่อยความหวานของลิ้นจี่ไว้น่าจะมีคนสนใจและกลายเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศที่สำคัญของประเทศไทยอี่กอย่างหนึ่งก็เป็นไปได้ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆอีกหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศ เพราะประเทศของเราในตอนนี้ สภาพอากาศไม่เป็นไปตามฤดู ดังเช่นในฤดูหนาวก็ยังร้อนแต่ปัญหายังไงก็มีไว้แก้ไขอยู่ดี

  52. กาญจนา ดวงต๋า 4/3

    เกษตรกรชาวจังหวัดพะเยาเริ่มหันมาปลูกยางพารามากว่าการปลูกลิ้นจี่เพราะเกษตรกรชาวพะเยาคิดว่าการที่ปลูกลิ้นจี่นั้นทำให้สร้างรายได้น้อยกว่าการปลูกยางพารา ดังนั้นจึงมีเกษตรกรนำยางพารามาปลูกมากขึ้นแทนที่การปลูกสวนสิ้นจี่แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ปลูกยางพาราและที่ดินในจังหวัดพะเยาก็ไม่ค่อยเหมาะสมแก่การปลูกยางพารามากนักอีกทั้งในอนาคตยางพาราก็จะมีจำนวนมากขึ้นและราคาของยางพาราก็จะลดลง ทำให้ยางพาราล้นตลาด ฉะนั้นควรหันกลับมาปลูกสวนลิ้นจี่แทนการปลูกสวนยางพารา หากเกษตรกรคิดว่าการปลูกลิ้นจี่ทำให้สร้างรายได้น้อยกว่าการปลูกยางพารา ก็ควรจะนำผลลิ้นจี่มาดัดแปลงให้มีราคาสูงขึ้น เช่นการนำผลลิ้นจี่มาทำเป็น ผลไม้กระป๋อง น้ำผลไม้จากลิ้นจี่ ฯลฯ แล้วนำผลิตภัณฑ์นั้นไปพัฒนาต่อจนเป็นสินค้า O-TOP ส่งขายได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่าการนำผลไม้มาขายในแบบเดิมๆ

ใส่ความเห็น (Comment)

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: